โรคงูสวัด...สวัดหาเจ้าตัวเล็ก (รักลูก)
โรคงูสวัด เราๆ ท่านๆ ต่างคุ้นเคย
และมักคิดว่ามีแต่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่เป็นกัน แต่ในความเป็นจริง
ถึงจะมีโอกาสเกิดน้อย แต่ลูกก็สามารถถูกงูสวัดเล่นงานได้นะคะ
โรคงูสวัด... จากเชื้อไวรัส
สาเหตุเกิดจากไวรัส แวริเซลลา ซอสเตอร์ (Varivella-zoster
virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใสค่ะ
โดยเด็กที่ติดเชื้อไวรัสนี้เป็นครั้งแรก (primary varicella-zoster virus
infection) จะแสดงอาการออกเป็นโรคอีสุกอีใส ความสำคัญของเชื้อไวรัสนี้ก็คือ
เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้วเชื้อไวรัสนี้จะยังคงแฝงอยู่ในปมประสาทรับ
สัมผัสของผู้ป่วย และสามารถจะถูกกระตุ้นให้แสดงอาการได้อีกในอนาคต
หากผู้ป่วยมีสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง
ซึ่งการที่เชื้อไวรัสซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทรับสัมผัสของผู้ป่วย
ถูกกระตุ้นให้แสดงอาการครั้งหลังนี้ ผู้ป่วยก็จะแสดงอาการเป็นโรคงูสวัด
(Herpes zoster) นั่นเองค่ะ
เด็กเล็กมักติดหลังคลอด
จะ
เป็นโรคงูสวัดได้ ก็ต้องเป็นอีสุกอีใสก่อนค่ะ
ซึ่งเด็กเล็กส่วนใหญ่มีโอกาสจะเป็นอีสุกอีใสได้มากกว่างูสวัด
แต่เท่าที่เคยพบงูสวัดในเด็กเล็กๆ
มักจะติดมาจากคุณแม่ที่เป็นอีสุกอีใสตอนตั้งครรภ์
ซึ่งจะติดในเดือนหลังๆ ก่อนคลอดถ้าเด็กติดอีสุกอีใสจากแม่ใน 5
เดือนแรกของการตั้งครรภ์
จะทำให้เด็กส่วนใหญ่ที่เกิดออกมามีความผิดปกติที่เรียกว่า
คอนเจนนิทัลแวริเซลลา ซินโดร์ม (congenital varicella syndrome)
โดยอาจมีความผิดปกติที่ผิวหนังหรือมีผื่นผิวหนังแบบงูสวัด
ภูมิคุ้มกัน
ถ้า
เด็กมีร่างกายแข็งแรงปกติดีอยู่แล้ว ไม่มีโรคประจำตัว
อาการงูสวัดจะไม่รุนแรง แต่หากเด็กมีโรคประจำตัว เช่น
ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัว อย่างเช่น เป็นโรคเลือด
หรือมีเนื้อร้าย
โดยเฉพาะถ้าได้รับยากดภูมิคุ้มกันก็มีโอกาสเป็นงูสวัดที่รุนแรงได้
อายุ 
โรค
งูสวัดจะพบมากในผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้พบในคนอายุเยอะ
ส่วนในเด็กพบได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ สำหรับในเด็กเล็กหรือทารก
โอกาสเป็นยิ่งน้อยเนื่องจากถ้าการดูแลคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ดี
โอกาสที่คุณแม่ที่เป็นอีสุกอีใสในช่วงตั้งครรภ์ก็จะน้อย
ทำให้โอกาสของการเกิดงูสวัดในเด็กเล็กหรือทารก ก็มีน้อยตามไปด้วยค่ะ
แต่ในเด็กบางคนที่ได้รับเชื้ออีสุกอีใสจากแม่ในขณะตั้งครรภ์
แล้วเด็กเกิดมาปกติแสดงว่าเด็กมีเชื้ออีสุกอีใสอยู่ในตัว พอเด็กอายุ 1-3 ปี
ก็จะเป็นงูสวัดเลย ซึ่งในกรณีที่เด็กเล็กเป็นงูสวัดแบบนี้
ควรจะกลับไปตรวจประวัติสุขภาพคุณแม่ตอนตั้งครรภ์ควบคู่กันไปด้วยค่ะ
ความเชื่อเรื่องงูสวัด
ความ
เชื่อที่ว่าเป็นงูสวัดแล้วมีตุ่มใสขึ้นรอบตัวจะถึงขั้นเสียชีวิตได้นั้น
อาจเป็นไปได้ค่ะ เพราะถ้ามีตุ่มใสขึ้นรอบตัวแสดงว่าผู้ป่วยรายนั้น
น่าจะเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่เดิม
จนทำให้เชื้อโรคสามารถกระจายทั่วร่างกาย
และมีโอกาสที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
อาการที่พบ
ผู้
ป่วยจะมีตุ่มใสๆ ขึ้นกระจายเป็นกลุ่มๆ ตามแนวของเส้นประสาทรับสัมผัส
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเป็นแค่ด้านใดด้านหนึ่งของลำตัวโดยอาจจะมีอาการปวดหรือ
คันในบริเวณนั้นก่อนระยะเวลาที่จะเป็นตุ่มใสอยู่ประมาณ 3-5 วัน
และหายได้ภายใน 1-2 อาทิตย์ค่ะ
แพร่เชื้อผ่านสัมผัส
การ
แพร่เชื้อของโรคงูสวัด โดยหลักใหญ่จะผ่านทางการสัมผัสโดยตรง
เนื่องจากเชื้อไวรัสจะอยู่ที่ตุ่มใส
ส่วนการแพร่เชื้อโดยการฟุ้งกระจานทางอากาศ มีโอกาสเป็นไปได้ค่ะแต่น้อย
และถ้าหากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสงูสวัดมีภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องอยู่
แล้ว อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีตุ่มใสขึ้นเยอะ
และยังมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้มากยิ่งขึ้น
ทำให้ยิ่งต้องระมัดระวังการติดเชื้อโดยการฟุ้งกระจายในอากาศด้วยค่ะ
สำหรับระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะสามารถแพร่เชื้อได้นั้น
จะเริ่มได้ตั้งแต่เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีตุ่มใสขึ้นค่ะ
เด็กที่ไปสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยงูสวัด ไม่ได้หมายความว่า
เด็กทุกคนจะเป็นงูสวัดนะคะ ดังที่กล่าวแล้วว่า
โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่แฝงตัวในร่างกายอยู่แล้ว
เลยถูกกระตุ้นขึ้นมา ดังนั้น
ถ้าเด็กที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสเลยหรือไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันเชื้ออีสุก
อีใสแล้วไปสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยงูสวัด ถ้าเกิดมีการติดเชื้อ
(ซึ่งถือเป็นการติดเชื้อครั้งแรก) จะแสดงอาการเป็นโรคอีสุกอีใสค่ะ
ถ้าเด็กที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนแล้ว
โดยเฉพาะถ้าภายในระยะเวลาก่อนหน้าไม่นาน
ระดับภูมิคุ้มกันจะยังมีอยู่ในร่างกาย เด็กก็จะไม่ติดเชื้อไวรัสนี้ค่ะ
อาการแทรกซ้อนของงูสวัด
สำหรับ
ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันปกติ อาจมีผลแทรกซ้อนต่อระบบประสาท
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของปมประสาทด้วย เช่น
หากตุ่มใสขึ้นในบริเวณของเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับประสาทตาและ
การมองเห็นก็อาจทำให้มีความผิดปกติที่ดวงตาได้
ส่วนในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว
ก็จะมีอาการแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัสงูสวัดได้รุนแรงกว่าค่ะ
ทั้งอาการแสดงทางผิวหนัง และอาการทางระบบอื่น
ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปตามระบบอื่นๆ
ในร่างกาย ก่อให้เกิดการอักเสบ หรือการทำงานผิดปกติของระบบอื่นๆ
ในร่างกายด้วย เช่น ปอด ตับ สมอง หรือระบบการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สำหรับในเด็กจะพบอาการแทรกซ้อนต่างๆ
เหล่านี้ได้น้อยกว่าผู้ใหญ่มากค่ะ
วิธีรักษา
ถ้า
ลูกน้อยเป็นโรคนี้แล้ว ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นหลักค่ะ
ให้ยาลดไข้ในกลุ่มพาราเซตามอลได้ และรีบพาไปพบคุณหมอโดยเร็วนะคะ
ซึ่งนอกจากวิธีการรักษาตามอาการแล้ว
ในบางรายที่คุณหมอพิจารณาว่าอาจมีอาการรุนแรงเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น
ลูกมีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีโรคประจำตัวอยู่คุณหมออาจจะพิจารณาให้ยาต้าน
เชื้อไวรัส ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่รักษาอีสุกอีใสค่ะ
อีกประเด็นที่สำคัญก็คือ การแยกเด็ก
เพื่อลดการแพร่เชื้อสู่เด็กคนอื่นค่ะ
ถึงแม้โอกาสแพร่เชื้อจะน้อยกว่าอีสุกอีใสก็ตามแต่ก็ไม่ควรมองข้ามค่ะ
ควรให้ลูกหยุดเรียนและพ่อแม่ควรงดการพาลูกไปในสถานที่ที่มีคนมากๆ ด้วยค่ะ
งูสวัด ป้องกันได้
เริ่มจากป้องกันไม่ให้เป็นอีสุกอีใสก่อน ได้แก่
ไม่ให้ลูกไปสัมผัสหรือคลุกคลีกับเด็กที่เป็นอีสุกอีใส
การฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส ก็อาจจะช่วยได้ค่ะ
โดยวัคซีนนี้จะเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ
1. ขวบขึ้นไป ข้อมูลปัจจุบันแนะนำว่าให้ฉีด
2. ตอนอายุ 1 ขวบ และกระตุ้นอีกครั้ง ตอนอายุประมาณ 4-5 ขวบค่ะ
อย่างไรก็ตามสามารถฉีดห่างกันได้เร็วที่สุดคือ 3 เดือนค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น