ชวนคุณพ่อคุณแม่ทำความรู้จักกับเชื้อโรคร้ายสายพันธุ์ใหม่
ที่กำลังระบาดสู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก
พร้อมเรียนรู้และป้องกันเพื่อคนที่เรารักโดยเฉพาะลูกรักตัวน้อยค่ะ
ด้วยขณะนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ของโรคระบาด
“ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 “Influenza A H1N1)
หรือชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009”
ที่ได้เริ่มแพร่ระบาดจากประเทศเม็กซิโก มาตั้งแต่เดือนมีนาคม
ซึ่งแม้จะเป็นเพียงโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ร้ายแรงจนสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้
จากหวัดหมูสู่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เริ่มจากได้มีการระบาดของโรคปอดเกิดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโกจนกระทั่งวันที่
21 เมษายน 2552 มีการพบผู้ป่วยเด็ก 2 ราย ทางตอนใต้ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย
และตรวจพบสายพันธุ์ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ โดยมีพันธุกรรมหลักส่วนใหญ่
คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ของหมู และมีส่วนประกอบบางส่วนคล้ายนกและคน
ในระยะแรกที่พบจึงเรียก ไข้หวัดหมู
ต่อมาเมื่อตรวจย้อนกลับไปที่เม็กซิโกที่มีการระบาดก่อนหน้านั้นก็พบว่าเป็น
สายพันธุ์เดียวกัน ตามหลัก
การเรียกชื่อไข้หวัดใหญ่ จะเรียกตามสถานที่ที่พบเป็นครั้งแรกที่มีการระบาด
ดังนั้นถ้าเรียกให้ถูกต้องก็จะเรียกว่า ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก
หรือไข้หวัดใหญ่อเมริกาเหนือก็ได้ แต่เนื่องจากในการประชุมมีการโต้แย้งกันมากถึงชื่อที่จะใช้เรียก ในที่สุดองค์การอนามัยโลกก็ยอมให้ใช้ชื่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 H1N1” เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับประเทศแหล่งกำเนิด
“ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009” เกิดจากอะไร
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ที่พบการระบาดครั้งแรกในประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกาและแคนาดา
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 (A/H1N1)
สายพันธุ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนทั้งในคนและหมู
โดยมีการติดต่อหรือแพร่เชื้อจากคนสู่คน
ไม่ได้ติดต่อมาจากหมูและไม่มีหลักฐานว่าคนติดมาจากหมู
แต่เป็นเชื้อไวรัสที่เกิดจากการผสมผสานข้ามสายพันธุ์
ระหว่างสายพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดหมูและเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในคน
รวมถึงสัตว์ปีกร่วมกัน ซึ่งโดยปกติแล้ว
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เกิดตามฤดูกาลทั่วไป
หรือที่ทำให้คนเราเจ็บป่วยได้นั้นจะมีอยู่หลายสายพันธุ์
แต่ที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขทั่วโลก คือเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด
A
ที่สามารถกลายพันธุ์ได้ค่อนข้างสูงจนก่อให้เกิดเชื้อไวรัสรูปแบบใหม่ขึ้นได้
ตลอดเวลา นั่นหมายความว่า อาจเกิดโรคระบาดที่สามารถอุบัติขึ้นใหม่ได้เสมอ
เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A
เกิดจากไวรัสที่มีรหัสพันธุกรรมทั้งหมด 8 ท่อน ซึ่งสามารถสร้างโปรตีนได้ 10
ชนิด คือ PB2, PA, HA, NP, NA, M1, M2, NS1 และ NS2
ซึ่งส่วนที่มีความสำคัญ คือ HA (Hemagglutinin) มี 9 สายพันธุ์ คือ N1-N9
ซึ่งโปรตีนชนิด HA และ NA นี้เอง
ที่เป็นตัวกำหนดความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัสชนิดนี้
ซึ่งจากการตรวจเชื้อไวรัสที่ระบาดขึ้นในเม็กซิโก
ก็พบว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A/H1N1 นั่นเอง
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ กับ ไข้หวัดนก 
คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบข้อมูลการเปรียบเทียบความรุนแรงของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ และไข้หวัดนกแล้วอาจจะเบาใจได้บ้าง
เนื่องจากแพทย์ได้พบว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้
มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าไข้หวัดนกมากกว่า 10 เท่า ทั้งนี้
เพราะจากการรายงานครั้งแรกในประเทศเม็กซิโกมีอัตราตาย ประมาณ 5-6%
แต่ไข้หวัดนกมีอัตราการตายประมาณ 60%
แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปพบว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดนอกประเทศ
เม็กซิโกมากกว่า 300 ราย มีผู้ป่วยเสียชีวิตเพียงรายเดียว
ดังนั้นอัตราตายของโรคนี้น่าจะน้อยกว่า 1%
แต่โรคนี้มีอำนาจการแพร่กระจายเชื้อที่รวดเร็วและมากกว่ารวมทั้งมีการติดต่อ
จากคนสู่คน ในขณะที่ไข้หวัดนกมีอัตราของการเสียชีวิตสูงกว่า
แต่ไม่ติดต่อจากคนสู่คน
โรคร้ายติดต่อได้อย่างไร
การติดต่อของโรคนี้เหมือนการติดโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วๆ ไป คือ ติดต่อทาง
ตรงโดยได้รับละอองฝอยจากการไอหรือจาม รวมถึงน้ำมูกและน้ำลายของผู้ติดเชื้อ
และรวมถึงอาจได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือ
หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น แก้วน้ำ
ผ้าเช็ดหน้า ลูกบิดประตู และโทรศัพท์
ที่สำคัญคือไม่มีรายงานการติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู ดังนั้น
เราก็สามารถรับประทานเนื้อหมูได้อย่างมั่นใจ
เนื่องจาก...การบริโภคเนื้อหมูหรือผลิตภัณฑ์จากหมูที่ปรุงสุกนั้นปลอดภัยไม่
มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้
เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหารที่
อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป
และการปรุงอาหารให้สุกยังสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ได้ด้วย
อาการของเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่
โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
มีอาการแสดงใกล้เคียงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบตามปกติทั่วไป ได้แก่
มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีอาการไอ เจ็บคอ
รวมทั้งอาจมีอาเจียน และท้องเสียร่วมด้วย
ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการมักจะไม่รุนแรง
และสามารถหายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
แต่ผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตนั้นมักจะมีอาการปอดอักเสบรุนแรง คือ
หอบและหายใจลำบากจนเสียชีวิต
รักษาโรคอันตรายนี้ได้หรือไม่
การรักษาจะใช้แนวทางเดียวกับ
การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไปซึ่งยาที่ใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ที่ได้ผล
คือยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ (oseltamivir)
ซึ่งเป็นยาชนิดรับประทานชินดเดียวกับยาที่ใช้รักษาไข้หวัดนก
และยาชนิดพ่นคือยา zanamivir
โดยจากผลการตรวจเชื้อไวรัสนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา
พบว่าเชื้อนี้ดื้อต่อยาต้านไวรัส amantadine และ rimantodine
ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ให้ครอบครัว
“ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ยังไม่มีวัคซีนที่ป้องกันได้ แต่หากสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ความเสี่ยงย่อมมีน้อยลง” ข้อมูล
จากกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า
ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
แต่ทางองค์การอนามัยโลกได้กำลังร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัท
ผู้ผลิตวัคซีน เร่งการผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว
ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลหรือวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่คุณพ่อคุณ
แม่พาลูกน้อยไปฉีดกันในปัจจุบันนั้น
ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ได้ค่ะ
แต่
สิ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึงและปฏิบัติไม่ให้โรคร้ายนี้แพร่ระบาดมาสู่ครอบครัว
นั่นคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อต่างๆ
ด้วยวิธีการดังนี้
นอกจากนี้ควรหมั่นดูแลความสะอาดของลูกน้อยรวมถึงความสะอาดปลอดภัยทั้งภายใน และภายนอกบ้าน หากคุณพ่อคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น